ฟิลิปปินส์บอกประชาชน เตรียมรับมือภาวะน้ำตาลขาดตลาด

สำนักงานกำกับดูแลน้ำตาลของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตร คาดการณ์ผลผลิตน้ำตาลทรายดิบของประเทศในรอบปีนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ส.ค. ที่จะถึง จะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านตัน ลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุไว้ที่ราว 1.98 ล้านตัน และยังเป็นปริมาณซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 3 ปีล่าสุด ซึ่งอยู่ที่ 2.03 ล้านตัน

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อปริมาณผลผลิตในประเทศ ที่จะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำตาลทรายตามมา คือความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกซึ่งทวีความรุนแรง หนึ่งในนั้นคือ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ราอี” ที่พาดผ่านฟิลิปปินส์ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว

แน่นอนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ราคาน้ำตาลทรายในฟิลิปปินส์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อระหว่างรัสเซียกับยูเครน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุปทานโลก และทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งทะยานเป็นสถิติสูงสุดในรอบนานกว่า 3 ปี เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

แม้ฟิลิปปินส์ประกาศเตรียมนำเข้าน้ำตาลทราย 200,000 ตัน ตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แต่แผนการมีอันต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศยังคงคัดค้าน ขณะที่แม้บรรยากาศของการกักตุนน้ำตาลทรายยังไม่เกิดขึ้น ทว่าทุกฝ่ายเชื่อว่า เรื่องนี้คือหนึ่งในความท้าทายสำคัญลำดับต้น สำหรับนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ และประกาศควบตำแหน่ง รมว.เกษตรด้วย